
สถาปนิกรุ่นใหม่ หลายคนมีความใฝ่ฝันอยากก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจให้บริการรับออกแบบตกแต่งบ้านหรือออกแบบตกแต่งภายใน เชื่อว่าหลายคนมีแรงผลักดันและมีความพร้อมทั้งด้านการลงทุน รวมไปถึงการได้รับแรงสนับสนุนจากรอบด้านอย่างไรก็ตามก่อนเปิดบริษัทรับออกแบบบ้าน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่มือใหม่ต้องรู้
เรื่องน่ารู้ก่อนเปิดบริษัทรับออกแบบบ้าน
1.การบริการออกแบบอย่างครบถ้วน
การบริการออกแบบของสถาปนิกต้องครอบคลุมไปถึงด้านวิศวกรรมแขนงต่างๆ เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า ปรับอากาศ วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมประปา สุขาภิบาลหรือแขนงอื่นๆ รวมถึงการจัดทำราคากลางและการตรวจเยี่ยมงานก่อสร้าง งานออกแบบมีขั้นตอนต่างๆ เช่น ศึกษาโครงสร้าง ออกแบบแนวความคิดจัดทำแบบร่าง ไปจนถึงทำแบบเพื่อใช้ในการก่อสร้างยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร สถาปนิกจะต้องแจ้งให้คนในทีมทราบและหากลูกค้าต้องการปรับเปลี่ยนสามารถทำได้ เข้าใจตรงกัน
2.เข้าใจเรื่องต้นทุน
ธุรกิจจะต้องเข้าใจเรื่องต้นทุน หากไม่เข้าใจก็ยากที่จะทำกำไรได้ ต้องสามารถแจกแจงหรือประมาณการ เงินทุนในแต่ละส่วนได้ เช่น ค่าแรงวิชาชีพวิศวกรและสถาปนิก ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าติดต่อประสานงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ รวมไปถึงค่าเดินทาง ฯลฯ ทั้งนี้ จะต้องจัดเตรียมเงินสำรองไว้หมุนเวียนเพื่อไม่ให้งานหยุดชะงักที่สำคัญคือสามารถประมวลผลกำไรได้
3.คิดค่าออกแบบและการทำสัญญารับจ้าง
การเปิดบริษัทรับออกแบบบ้าน จำเป็นต้องคิดค่าออกแบบเป็นด้วย ค่าออกแบบสามารถศึกษาได้จากตารางคิดค่าออกแบบของสมาคมสถาปนิกสยาม ซึ่งได้จัดทำเป็นมาตรฐานเอาไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้ตายตัวซะทีเดียวสถาปนิกสามารถพิจารณาหรือปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม เช่น ความยากง่าย การแข่งขัน ต้นทุนหรือปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.การวางตัวกับทีมงาน
สถาปนิกจะต้องวางตัวกับบุคคลที่ร่วมงานได้อย่างเหมาะสม พิจารณาจากวุฒิทางด้านวิชาชีพ ประสบการณ์ในการทำงานมีความรับผิดชอบการตรงต่อเวลา ค่าแรง เพื่อทำโครงการออกแบบให้ได้ผลลัพธ์ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด
5.วางแผนระยะเวลา
สถาปนิกจะต้องวางแผนด้านระยะเวลาการทำงานในทุกขั้นทุกตอนอย่างละเอียดและแม่นยำ หมายถึงตัวของสถาปนิกเองจะต้องมีประสบการณ์ในงานมาก่อนและสามารถกำกับทีมงานให้ทำงานเพื่อบรรลุตามแผนงานที่วางไว้ได้
อยากทำธุรกิจ บริษัทรับออกแบบบ้าน ต้องรู้อะไรบ้าง ทั้งหมดนี้คือแนวทางในการทำงานหรือเป็นสิ่งที่เจ้าของบริษัทต้องรู้ และที่สำคัญเลย ควรมีเครือข่ายหรือช่องทางในการหางาน เพื่อป้อนงานเข้าบริษัทตัวเองอยู่สม่ำเสมอ เนื่องจากรายจ่ายในบริษัทนั้นเกิดขึ้นทุกเดือนดังนั้นจำเป็นต้องหารายได้ เพื่อเข้ามาหล่อเลี้ยง ทำให้เกิดเงินหมุนเวียน ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ หรือปลีกย่อยต่างๆ สามารถจ้างคนอื่นมาทำแทนได้ เช่น เรื่องของการจดทะเบียน จัดตั้งบริษัท การทำบัญชีรายรับรายจ่าย ระบบภาษีบริษัท กฎหมายและแรงงาน หรือการทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร
